ฉินโซ่ว ผู้เป็นแรงงานชนชั้นต่ำที่ยังปลุกพลังวิญญาณสัตว์อสูรไม่ได้ กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันตรายเมื่อสัตว์อสูรปรากฏตัวและล่มเมืองขึ้นทันทีกับความหวาดกลัวของผู้คน ในขณะที่สัตว์อสูรกินความกลัวเป็นอาหาร เขาต้องตัดสินใจรับพลังเทพอสูรที่เพิ่งเปิดเผยเพื่อสู้กับภัยคุกคาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กำลังนำไปสู่บทบาทใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเสี่ยงโดยไม่มีความแน่นอนในอนาคต
ฉินโซ่ว ผู้ไม่สามารถปลุกวิญญาณอสูรได้ ถูกดูถูกเหยียดหยามจากเจมส์ แฟนใหม่ของเยว่เอ๋อร์ และพีไรเดอร์ที่เกลียดชังเขาในฐานะผู้ปลุกวิญญาณสัตว์อสูรระดับ B ความตึงเครียดพุ่งขึ้นเมื่อพวกเขาท้าทายกันด้วยคำขู่และความรุนแรง ขณะเดียวกัน วัลคีรีปรากฏตัวเพื่อตามหาวิญญาณอสูรระดับ SSS ที่หายไป แต่เบาะแสกลับไม่ชัดเจน จบตอนด้วยฉินโซ่วถูกบีบให้ลุกขึ้นสู้ท่ามกลางความกดดันสูงและความไม่แน่นอนว่าจะรอดหรือไม่
ชายหนุ่มที่เพิ่งปลุกพลังวิญญาณสัตว์อสูรระดับสูงเริ่มเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้มีอำนาจในสถาบันเฉิงเฟิง หลังจากที่เขาทำร้ายว่าที่ประธานนักเรียนเจมส์ ผู้หญิงคนหนึ่งผู้เป็นภรรยาของเจมส์สั่งให้ลูกน้องลงโทษชายหนุ่มอย่างรุนแรง แต่เขากลับมีพลังเหนือกว่าที่คาดไว้อย่างผิดปกติ และสามารถต้านทานการโจมตีได้ ในจังหวะตึงเครียดนี้ ปรากฏยานของวัลคีรีจ้าวหยวนเข้ามา สร้างความสงสัยว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร
ในตอนนี้ โซ่วที่สงสัยว่าสถานการณ์เป็นแค่การแสดงถูกท้าทายเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งคำนับเทพเจ้าอสูรอย่างจริงจัง ท่ามกลางฉากอลังการและเสียงกล่าวหามายา โซ่วจึงจำเป็นต้องแสดงพลังเทพออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงทันที การเผชิญหน้าเกิดขึ้นเมื่อวิญญาณสัตว์อสูรระดับ S ปรากฏขึ้น และมีคนถูกลงโทษอย่างรุนแรง ทำให้สถานการณ์บีบคั้นอย่างมาก แต่พลังที่แท้จริงของโซ่วกำลังจะเปิดเผย ทิ้งท้ายด้วยความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลาย
ชายหนุ่มผู้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเทพเจ้าอสูรระดับ 3S ถูกหญิงสาวผู้มีความเชื่อมั่นสูงว่าเขาคือเทพเจ้าอสูรแท้จริงเข้ามาแสดงเจตนาให้เขารับบทเทพเจ้าอสูรเพื่อปกป้องโลกและชดเชยสิ่งที่สูญเสียไป หลังจากเทพเจ้าอสูรผู้แท้จริงหายสาบสูญไปนาน 100 ปี ขณะที่จอมมารกำลังจะตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาถูกบีบบังคับให้เรียนรู้พลังและบทบาทนี้แม้จะยังไม่พร้อม โดยตอนจบชี้ถึงความท้าทายครั้งใหญ่ที่เขาต้องเผชิญอยู่
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งเริ่มฝึกทักษะพลังพิเศษกำลังได้รับการสอนโดยผู้หญิงที่เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้เขาใช้พลังได้เต็มที่มากขึ้น แม้เขาจะพยายามอย่างหนักแต่ก็หมดแรงระหว่างฝึกซ้อม สถานการณ์นำไปสู่การชวนกันไปยังโรงแรมเพื่อทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งขึ้น ความสัมพันธ์และเจตนาที่แท้จริงของทั้งสองยังไม่ชัดเจน ทิ้งจังหวะค้างคาที่ทำให้เกิดคำถามถึงความตั้งใจในตอนต่อไป
ชายคนหนึ่งจองห้องในโรงแรมเพื่อฝึกฝนสกิลดูดวิญญาณ โดยต้องสวมบทเทพเจ้าอสูรและใช้ตราประทับจิตวิญญาณสัตว์อสูรเป็นสื่อกลางส่งต่อทักษะผ่านการสัมผัส การฝึกนี้ทำในที่ส่วนตัวเพื่อลดความสงสัย แม้มีคำถามว่าเหตุใดไม่ไปฝึกในลานประลอง ขณะที่กำลังเริ่มฝึก มีเสียงเตือนว่าสัตว์อสูรกำลังเข้ามา และกลิ่นวิญญาณบางอย่างกลับผิดปกติ ชายคนนั้นตัดสินใจที่จะไปพบเทพเจ้าอสูรนี้หลังจากร้อยปีที่ผ่านไป
ชายคนหนึ่งได้รับพลังเทพเจ้าอสูรผ่านการถ่ายทอดโดยไม่มีท่าไม้ตายลับระดับสูงสุด เนื่องจากสิทธิ์ยังไม่สมบูรณ์ เขาต้องพึ่งพาสกิลที่ทำงานอัตโนมัติขณะสู้ จากนั้นเขาถูกสั่งให้จับสัตว์อสูรมาเป็นเป้าหมายทดลองทันที เมื่อสัตว์อสูรเข้ามา เขาใช้กรงเล็บสุญญากาศสะบั้นหลายซึ่งเป็นสกิลเฉพาะ พี่ใหญ่ที่เห็นเหตุการณ์เริ่มตั้งคำถามว่าเขาอาจเป็นเทพเจ้าอสูรตัวจริงตอนนี้ความหวังและข้อสงสัยพร้อมกันเพิ่มขึ้น ทิ้งความสงสัยว่าเขาจะควบคุมพลังนี้ได้หรือไม่
ในตอนนี้ ม่อเยวียน ขุนพลมารผู้พ่ายแพ้ต่อเทพเจ้าอสูรในอดีตกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่ถูกเลือกโดยวิญญาณสัตว์อสูรอีกครั้ง แม้พลังเทพเจ้าอสูรจะอ่อนลงแต่ยังแข็งแกร่งพอที่จะต่อต้านม่อเยวียนได้ ความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนของฝ่ายศัตรูดูถูกว่าคนนี้เป็นแค่คนธรรมดา ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเทพเจ้าอสูรที่แท้จริง ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและไม่แน่นอน ท่ามกลางแรงกดดัน เทพเจ้าอสูรต้องพิสูจน์พลังของตนก่อนที่ศัตรูจะเดินเกมรุกครั้งใหญ่
ในโลก ที่ ผู้ ปลุก วิญญาณ สัตว์ อสูร เป็น ผู้ ครอง อำนาจ และ สัตว์ อสูร กำลัง อาละวาด ฉินโซ่ว ไรเดอร์ หนุ่ม ธรรมดา ขณะ ส่ง อาหาร ถูก อสูรกิ้งก่า ไล่ล่า ใน นาที ชีวิต เขา ถูก เลือก ให้ สืบทอด วิญญาณ อสูร ระดับ SSS ของ เทพเจ้า อสูร การ ตื่น ของ พลัง ปลุก ความกลัว ความรับผิดชอบ และ เสียง เรียก ของ อำนาจ เขา ต้อง ต่อ สู้ เพื่อ ควบคุม พลัง ขณะ เฝ้า ดู ชีวิต ผู้อื่น เป็นเดิมพัน ฉาก สุดท้าย เปิด เผชิญ หน้าด้วย การ ตัดสินใจ ระหว่าง ยอมรับ หรือ ปฏิเสธ ชะตากรรม