เจียงอึ่ง นักแสดงละครพื้นบ้านยุคปัจจุบัน ปวดหัวใจจากโรคกรรมพันธุ์ในระหว่างการแสดง ก่อนตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองย้อนเวลามาอยู่ปี 1980 พร้อมกับการตั้งครรภ์ที่ไม่คาดคิด เธอพยายามรับมือกับสถานการณ์ใหม่นี้ท่ามกลางความไม่แน่นอน และต้องหาทางจัดการกับการตั้งครรภ์ในอดีตซึ่งสร้างความสับสนและความกดดันอย่างหนักใจ ตอนจบเปิดให้เห็นความท้าทายครั้งสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ
เจียงถังซึ่งตั้งท้องลูกแฝดประสบอาการปวดท้องรุนแรงและหมดแรงจนไม่สามารถเปิดประตูบ้านได้ ท่ามกลางความกังวลของครอบครัวโดยเฉพาะคุณย่าลู่เยี่ยนสวิน ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเมื่อคนในบ้านเริ่มพูดจาเหน็บแนมและวิตกกังวลกับสถานการณ์ของเจียงถังที่อาจกระทบต่อตระกูล ขณะเดียวกันเธอต้องเผชิญกับแรงกดดันในการรักษาชื่อเสียงครอบครัวและความขัดแย้งกับสามีที่ยังไม่มา ท้ายตอน เจียงถังยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแรงและความช่วยเหลือยังมาไม่ถึง สถานการณ์ยังคงค้างคาอย่างน่าห่วงใย
ยืนยันว่าผู้พันลู่และครอบครัวมีประวัติทหารสามรุ่น ทำให้ความกดดันต่อ 'เยี่ยนสวิน' ที่ต้องรักษาสุขภาพและบทบาทแม่สูงขึ้น แม้หมอเตือนเธอเรื่องการอดอาหารจนเป็นลม แต่เธอก็ยังอดไม่ยอมกินอาหารครบถ้วน ผู้พันลู่ตำหนิการกระทำของเธอที่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน และประกาศจะดูแลเองหากเธอยังไม่เปลี่ยนใจ คืนนี้เธอถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับความอ่อนแอทางร่างกายและจิตใจพร้อมความเข้าใจที่ยังไม่สมบูรณ์ ความขัดแย้งระหว่างความรับผิดชอบต่อครอบครัวและการดูแลตนเองทำให้สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและคลุมเครือ
ในตอนนี้ มีหญิงสาวคนหนึ่งพยายามเข้าใกล้เยี่ยนสวิน ซึ่งเป็นสามีของอีกฝ่ายหนึ่ง ชายหญิงสามีภรรยาต่างแสดงความไม่พอใจและปกป้องความสัมพันธ์กันอย่างเข้มข้น ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งอ้างว่ากำลังตั้งครรภ์ แต่ฝ่ายตรงข้ามปฏิเสธและมองว่าเป็นเรื่องโกหก เพื่อรักษาสถานะของสามีและความสัมพันธ์ในวงสังคม เหตุการณ์จบลงด้วยคำขู่และการตัดสินใจที่ยังไม่ชัดเจน ว่าความสัมพันธ์นี้จะดำเนินไปอย่างไรต่อไป
ในตอนนี้ ผู้หญิงคนหนึ่งเผชิญความอึดอัดเมื่อต้องรับมือกับสามีที่มาเยี่ยมดึกขณะตั้งครรภ์ ทั้งคู่ยืนยันความไม่สนิทสนมกันแม้มีความผูกพันทางสายเลือด สามีพยายามดูแลด้วยน้ำมันบำรุงครรภ์ ทว่าหญิงตั้งใจจะหางานใหม่ท้าทายสายตาคนในบ้าน ความขัดแย้งเรื่องความสัมพันธ์และความไว้วางใจปะทุขึ้นเมื่อสามีพยายามควบคุมขณะหญิงต้องการเป็นอิสระมากขึ้น ตอนจบกำลังจะมีการประชุมสำคัญที่ถูกหยุดกลางคัน ก่อนให้ทั้งคู่ออกไปพูดคุยอย่างลับๆ สถานการณ์จึงยังไม่กระจ่างและเปิดทางให้ความตึงเครียดยิ่งขึ้น
คณะระบำกำลังดิ้นรนหานักเต้นระบำพื้นบ้านที่มีฝีมือเพื่อแสดงในงานสำคัญ หลังจากสัมภาษณ์ผู้สมัครมาทั้งวันแต่ยังไม่มีใครเหมาะสม หัวหน้าคณะเครียดกับสถานการณ์ที่บีบให้ต้องเลือกนักเต้นมือใหม่ เจียงถังที่เพิ่งกลับมาและตั้งท้องลูกแฝด กลับตั้งใจจะเข้าร่วมและเต้นระบำพื้นบ้านแทนที่จะทำงานโรงอาหาร ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างเธอกับแม่ที่ไม่เห็นด้วย ตอนจบเผยความตั้งใจของเจียงถังที่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของคณะในไม่ช้า
หญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์พยายามสมัครเข้าคณะระบำพื้นบ้าน แม้จะถูกหัวหน้าสัมภาษณ์และผู้คนตำหนิว่าไม่มีฝีมือและไม่เหมาะสม แต่เธอยืนยันว่าตัวเองคือราชินีระบำที่จะฟื้นจิตวิญญาณนกยูงอันเก่าแก่ ความขัดแย้งบานปลายเมื่อผู้หญิงอีกคนดูถูกคนท้องและพยายามขัดขวางเธอ ความมุ่งมั่นของหญิงตั้งครรภ์แต่ละท่าทางยิ่งสร้างแรงกดดันจนเกิดการเผชิญหน้า ระหว่างที่ความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณนกยูงถูกกล่าวถึง การต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองยังไม่จบลงและรอคำตัดสินต่อไป
เจียงถังภรรยาของเยี่ยนสวินในปี 1980 ถูกมารดาสามีสงสัยว่าโกหกเรื่องเต้นระบำจิตวิญญาณนกยูงโบราณที่เพิ่งค้นพบ เธอต้องรับแรงกดดันจากครอบครัวที่ไม่เชื่อถือเธอและอ้างว่าเธอไม่เคยเรียนเต้นมาก่อน แม้จะตั้งท้อง เธอยืนยันจะพิสูจน์ตัวเองและฟื้นฟูเกียรติยศระบำพื้นบ้าน ขณะที่แม่สามีเตือนให้หยุดฝืนแต่เจียงถังยังมุ่งมั่นจนเกิดการเผชิญหน้าในบ้าน เหตุการณ์จบด้วยคำถามว่าความตั้งใจของเธอจะยอมรับได้หรือไม่และความขัดแย้งในครอบครัวจะคลี่คลายอย่างไร
เยี่ยนสวินและเสี่ยวสวินเข้ามาเผชิญหน้ากันเมื่อเยี่ยนสวินกังวลเรื่องสุขภาพของเสี่ยวสวินที่กำลังตั้งครรภ์ เสี่ยวสวินถูกขอให้หยุดออกไปไหนมาไหนเพราะกลัวจะกระทบลูกในท้อง ขณะที่เจียงถังยืนยันจะเต้นรำจิตวิญญาณนกยูง แม้คำเตือนจากหัวหน้าซูและศาสตราจารย์สวี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญจะบอกว่าการเต้นนี้อันตรายและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เสี่ยวสวินเผชิญกับแรงกดดันจากทุกฝ่ายและความท้าทายเมื่อต้องพิสูจน์ตัวเอง ขณะที่ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ด้วยคำขู่ว่าจะถูกตระกูลขับไล่ เรื่องจบลงด้วยความไม่แน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นถัดไป
ในยุค 80 หนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งได้พบกับศาสตราจารย์สวี ปรมาจารย์ด้านการเต้นระบำพื้นบ้าน ซึ่งอยู่มานานแต่ถูกมองข้ามเมื่อหลายปีก่อน หญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่เคยเต้นมาก่อนอ้างว่าเห็นจิตวิญญาณนกยูงและต้องการแสดงออก ศาสตราจารย์สวีและผู้ที่เกี่ยวข้องเผชิญกับความลังเลและความกดดันว่าจะให้โอกาสเธอแสดงหรือไม่ หลังจากถกเถียงกันอย่างหนัก สุดท้ายศาสตราจารย์อนุญาตให้เธอแสดง ทำให้เกิดความคาดหวังและความไม่แน่นอนว่าการแสดงครั้งนี้จะสำเร็จหรือล้มเหลว