หญิงสาวคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกาลกิณีตั้งแต่เกิด ต้องเติบโตในชนบท กระทั่งหมู่บ้านถูกโจรเผาทำลาย เธอได้รับการช่วยเหลือและฝึกวิชาในสำนักเทียนจีจนก้าวขึ้นเป็นเจ้าสำนัก ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกอบกู้วาสนาของตนเอง เธอตัดสินใจลงจากเขาและกลับไปยังจวนโหวหนิงหย่วน พร้อมประกาศตนว่าเป็นคุณหนูใหญ่เมิ่งเยว่หลินตัวจริง แต่กลับถูกปฎิเสธและขับไสโดยผู้คนในจวนที่ยืนยันว่าเด็กสาวเมิ่งอวี้เฟ่ยต่างหากคือคุณหนูใหญ่ที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม เธอไม่ยอมแพ้ เรียกภูตกระดาษมาช่วยเพื่อเปิดประตูเข้าสู่จวนด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของตน
หญิงสาวคนหนึ่งอ้างว่าเป็นคุณหนูใหญ่ที่แท้จริงของจวนโหวหนิงหย่วนและบุกเข้ามายังจวน เธอเผยตัวตนว่าเป็นเมิ่งเยว่หลิน บุตรสาวที่ถูกส่งไปชนบทเมื่อหลายปีก่อน และแสดงตราพยัคฆ์เพลิงซึ่งเป็นของหมั้นหมายกับซื่อจื่อ ฮูหยินหรือหญิงผู้มีอำนาจในจวนซึ่งดูเหมือนจะเป็นแม่เลี้ยง ปฏิเสธตัวตนของเธอ กล่าวหาว่าตราชั่วและเป็นของขโมย จากนั้นจึงสั่งให้คนรับใช้จัดการฆ่าเธอ เมิ่งเยว่หลินเปิดเผยว่าแม่แท้ๆ ของเธอคือฮูหยินโหวหนิงหย่วนผู้ล่วงลับ และเตือนว่าฮูหยินคนปัจจุบันทำชั่วมามากจนกำลังจะได้รับเคราะห์ ฮูหยินไม่ยอมเข้าใจและยังคงสั่งให้คนรับใช้โจมตีต่อ เมิ่งเยว่หลินจึงได้ใช้วิชาอาคมตอบโต้ เธอบอกฮูหยินว่าการที่เธอถูกสายฟ้าฟาดในวันนี้เป็นการช่วยชีวิตมากกว่าทำร้าย ก่อนจะทำการโจมตีครั้งสุดท้าย
หลังจาก 'คุณหนูใหญ่' กลับมาจากชนบท เธอถูกฮูหยินและคนในบ้านกล่าวหาว่าเป็นปีศาจปลอมตัวมาขโมยตราพยัคฆ์เพลิงและพยายามฆ่าฮูหยิน ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อเธอเผชิญหน้ากับแม่เลี้ยงที่พยายามกำจัดเธอ และอ้างว่าเธอใช้สายฟ้าฟาดแม่เลี้ยงเพื่อชำระล้างกรรมให้ สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนเมื่อผู้หญิงอีกคนที่อ้างตัวเป็น 'คุณหนูใหญ่จวนโหวหนิงหย่วน' จริงปรากฏตัวขึ้น เธอจับกุมตัวหญิงสาวจากชนบทและกล่าวหาว่านางขโมยดวงชะตาของเธอ ในตอนท้าย พี่ชายของ 'คุณหนูใหญ่' ที่แท้จริงปรากฏตัว ทำให้ตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวจากชนบทและความสัมพันธ์ของเธอกับตระกูลกลับกลายเป็นปริศนา
เสี่ยวเย่วหลินกลับมายังบ้านเกิดในเมืองหลวงหลังจากที่หายไปนานหลายสิบปี เธอพบกับชายคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นพี่สี่ซึ่งเธอไม่เคยรู้มาก่อน และถูกเขากดดันให้ยอมรับผู้หญิงคนหนึ่งในบ้านว่าเป็นแม่ของเธอ แต่เสี่ยวเย่วหลินปฏิเสธและเปิดเผยว่าเธอเพิ่งกลับมาและถูกผู้หญิงคนนั้นกับพี่น้องของนางพยายามฆ่า เมื่อมีการรายงานว่ามารดาบุญธรรมถูกเสี่ยวเย่วหลินทำร้ายจนสลบ เรื่องอื้อฉาวก็ปะทุขึ้น เธอถูกกล่าวหาว่าหัวรุนแรงและสร้างเรื่องโดยพี่สี่ และความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องก็ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น
เมิ่งเยว่หลินกลับมาอย่างกะทันหันและประกาศว่ามี่น้องสาวต่างแม่ชื่อเมิ่งอวี้เฝ่ยได้ขโมยตัวตนของเธอไป รวมทั้งแย่งเรือนเผิ่งเยว่ซึ่งเป็นบ้านที่แม่แท้ๆ ของเธอทิ้งไว้ เธอให้เวลาหนึ่งชั่วยามเพื่อให้ขนของของอวี้เฝ่ยออกจากเรือนให้หมด มิฉะนั้นจะเผาทำลายเรือน พี่ชายของทั้งคู่พยายามไกล่เกลี่ยด้วยการเสนอให้ยกเรือนนั้นเป็นของขวัญให้น้องสาว แต่เมิ่งเยว่หลินยืนกรานอย่างแข็งกร้าวว่าเรือนนี้เป็นของเธอแต่ผู้เดียว และเธอจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งสิ่งของที่แม่ทิ้งไว้ได้ เธอตั้งข้อกล่าวหาตรงๆ ต่ออวี้เฝ่ยว่าเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการขโมยดวงชะตาและตัวตนของเธอ ซึ่งอวี้เฝ่ยปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ในตอนจบ เมิ่งเยว่หลินประกาศอย่างแน่วแน่ว่าอวี้เฝ่ยจะต้องคืนทุกสิ่งที่ขโมยไป แม้ญาติพี่น้องหรือแม้แต่อำนาจระดับสูงจะเข้ามาก็ตาม
เจ้าแห่งสำนักเยว่หลินพยายามใช้พลังลึกลับดึงดวงชะตาของผู้หญิงชื่อเมิ่งอวี้เฝ่ยคืน แต่กลับพบว่ามีอาคมวิปลาสขัดขวาง เขาถูกเตือนว่าหากฝืนกระทำ จะดึงเอาดวงซวยของนางมาแทน เจ้าแห่งสำนักจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนรุนแรง โดยจะฆ่าเมิ่งอวี้เฝ่ยเพื่อให้ได้ดวงชะตาคืนทันที อาจารย์ของเขามาเผชิญหน้าและห้ามปราม โดยระบุว่าเขาในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรต้องไม่ฝืนชะตาและทำร้ายคน ควรใช้สมองอันชาญฉลาดเพื่อจัดงานประกาศตัวว่าเขาคือคุณหนูใหญ่ตระกูลเมิ่งตัวจริง แล้วใช้ยันต์เปลี่ยนชะตาช่วยให้ดวงชะตากลับคืนมาแทน อาจารย์ยังเตือนว่ายังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงเมิ่งอวี้เฝ่ยกับการสังหารหมู่เมื่ออดีต การฆ่านางโดยไร้เหตุผลอาจนำมาซึ่งการลงทัณฑ์จากสวรรค์ อย่างไรก็ตาม เจ้าแห่งสำนักกลับรู้สึกว่าวิธีเหล่านั้นยุ่งยากเกินไป และยังยืนกรานความคิดที่จะฆ่าทิ้งให้ง่ายกว่า
ลูกศิษย์เพิ่งกลับบ้าน ปลายทางของอาจารย์ผู้อบรมสั่งสอนก็มาถึง แต่กลับสิ้นเปลืองพลังวิญญาณจนใกล้ดับในระหว่างทาง ตอนนี้เขาต้องอำลานางและบอกให้เดินต่อด้วยตัวเอง ฝ่ายหญิงอิจฉาที่อาจารย์จะได้เป็นเซียน ส่วนเธอยังต้องแต่งงาน ขณะเดียวกันที่บ้าน พี่ชายอีกคนซึ่งกำลังคุมงานอยู่หลังคาบังคับให้น้องสาวคนอื่นย้ายออกจากเรือน ขณะที่ผู้ชายอีกคนที่กังวลรีบออกไปดู พี่ชายอีกคนที่ไม่เคยยอมรับหนูใหญ่มานานกลับส่งคนไปกำจัดเขาหากก่อเรื่อง แต่ผู้รับคำสั่งแย้งว่ายังไม่ควรถึงตาย แม้จะโง่และแยกแยะคนในคนนอกไม่ได้ก็ตาม
คุณหนูใหญ่ให้เวลากับคุณหนูอวี้เฝ่ยหนึ่งชั่วยามในการย้ายเรือน แต่ครบกำหนดแล้วยังย้ายของเสื้อผ้าและเครื่องประดับจำนวนมากไม่เสร็จ คุณหนูใหญ่ประกาศไม่ให้ย้ายต่อแล้วสั่งให้คนเข้าไปจัดการ เธอจุดไฟเผาของใช้ทั้งหมดของคุณหนูอวี้เฝ่ย ซึ่งล้วนเป็นของมีค่า แม้คนอื่นพยายามห้ามและเตือนเรื่องการชดใช้ คุณหนูใหญ่ยืนยันจะไม่รับผิดชอบใดๆ จุดจบของตอนคือคุณหนูอวี้เฝ่ยที่เสียใจ ดูของมีค่าและของขวัญวันเกิดที่ถูกเผาจนหมดสิ้น
เมิ่งเยว่หลินถูกพี่ชายสั่งให้รีบขอโทษน้องสาวอีกคนในเรือนเผิ่งเยว่ ซึ่งเป็นที่ของเขา เขาขู่จะเผาสิ่งของภายในหนึ่งชั่วยามหากขนไม่เสร็จ ฝ่ายน้องสาวพยายามอธิบายว่าไม่มีเวลา แต่กลับถูกดุด่าและตบหน้าอีกครั้ง แม้จะเจ็บช้ำและโกรธเกรี้ยว แต่เธอก็เลือกเก็บกดความแค้นไว้ เมิ่งเยว่หลินวางแผนงานเลี้ยงต้อนรับในอีกสามวัน และสั่งให้ผู้ช่วยของเธอไปหาเมิ่งเฉิงยวนในคืนนี้ พร้อมทั้งกำหนดให้คุณชายสามซึ่งกำลังมีหน้าบวมต้องมาร่วมงานด้วย โดยตั้งใจให้เขาอายในที่สาธารณะ
เสี่ยวเยว่หลินมาเยี่ยมพี่ชายของเธอ พี่ชายแสดงความกังวลกับนิสัยของพี่น้องคนอื่น พี่รองชอบเที่ยวหอนางโลม ส่วนพี่สามก็หัวทึบ เธอกลัวว่าบ้านจะล่มจม จากนั้นพี่ชายเชื้อเชิญเธอมาทานอาหารเช้าจากหอจุ้ยเซียง แล้วบอกว่าได้เตรียมรถม้า ตั๋วเงิน เสื้อผ้า และสินเดิมให้เธอเรียบร้อยแล้ว หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ หลีขู่จะพาเธอไปส่งที่จวนอ๋องหวย คำพูดนี้ทำให้เสี่ยวเยว่หลินสงสัยและถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ