คุณหนูหญิงผู้หนึ่งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำจากชาติก่อนที่เธอถูกสามีชื่อว่านหงทรยศอย่างเจ็บปวด เขาแต่งกับเธอเพื่อสินเดิมและอิทธิพลทางการทหารของตระกูล แล้วหักหลังใส่ร้ายจนตระกูลเธอถูกประหาร เมื่อรู้ว่าวันนี้เป็นวันเดียวกับที่ตระกูลว่านจะมาสู่ขอในอดีต เธอตระหนักว่าตนย้อนเวลากลับมาแปดปีก่อน ท่ามกลางคำชมจากแม่บ้าน เธอกำหนดใจแน่ว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับว่านหงอีกเด็ดขาด และในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดถึงแผนการ ท่านชายคนหนึ่งที่เรียกว่าคุณชายกู้ก็ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดคิด
คุณชายกู้กับคุณหนูเจี่ยนเผชิญหน้ากันในหิมะ เธอถามเรื่องสถานะโสดของเขา และเสนอตัวเป็นแม่สื่อเพื่อจับคู่พวกเขาเอง โดยยื่นข้อเสนอว่าเธอจะถอนหมั้นจากตระกูลว่านเพื่อแลกกับการแต่งงานกับเขา คุณชายกู้ตอบกลับด้วยความไม่พอใจว่าเธอรู้ไหมว่ากำลังพูดอะไร แต่คุณหนูเจี่ยนยืนยันว่าเธอรู้ดีและรอคำตอบ ซึ่งทำให้อนาคตของความสัมพันธ์ทั้งสองแขวนอยู่บนคำตอบของเขา
ชายผู้หนึ่งเสนอคู่ครองให้หญิงสาว เธอตอบรับพร้อมกล่าวว่าบุรุษเอ่ยวาจาแล้วย่อมไม่มีวันคืนคำ ทำให้การตกลงเป็นที่สิ้นสุด ต่อมาภายในตระกูลว่าน มีการกล่าวถึงคุณหนูเจี่ยนซึ่งเติบโตมาอ่อนโยนขี้กลัว แต่กลับมีน้องสาวที่ช่างใจกล้าจนไม่รู้จักกลัวสิ่งใด ท่ามกลางฉากที่เปิดเผยว่าการได้หลุดพ้นจากบทบาทที่คาดหวังทำให้หญิงสาวคนหนึ่งมีชีวิตได้อย่างอิสระขึ้น เธอย้อนรำลึกถึงชาติก่อนที่เธอเคยช่วยชายชื่อว่านหงให้ไต่เต้าในราชสำนักจนตระกูลว่านกลายเป็นตระกูลขุนนางผู้กุมอำนาจ พร้อมกับระลึกว่าคู่ปรับหลักของตระกูลคือกู้เย่ที่พวกเขาเกือบพ่ายแพ้หลายครั้ง ณ จุดนี้ หญิงสาวประกาศว่าเธอที่เคยดันว่านหงให้ขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ ก็สามารถฉุดเขาลงขุมนรกได้เช่นกัน สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อผู้ใหญ่ในตระกูลประกาศกำหนดงานมงคลระหว่างชายหนุ่มหงเอ๋อร์กับหญิงสาวชิงหว่านซึ่งหมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็ก โดยชื่นชมว่าหญิงสาวผู้นี้สง่างามและว่าง่าย ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะตกลงกันได้ หญิงสาวชื่อเจี่ยนชิงหว่านกลับลุกขึ้นประกาศเสียงแข็งกร้าวว่าการแต่งงานนี้เธอไม่ยินยอม ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง
หญิงสาวที่ถูกหมั้นหมายอย่างยาวนานได้พบกับพ่อแม่ของตนและประกาศว่าเธอจะถอนหมั้น ฝ่ายชายที่กำลังหารือฤกษ์แต่งงานตกใจและถามเหตุผล หญิงสาวเปิดเผยว่าเจ้าบ่าวรับสาวใช้บำเรอสองคนไว้ในห้องระหว่างรอแต่งงาน แม่เจ้าบ่าวพยายามแก้ต่างโดยโทษว่าเป็นเพราะเจ้าบ่าวเมาสุราและสาวใช้แอบขึ้นเตียง แต่หญิงสาวไม่ยอมรับข้อแก้ตัว เธอวิพากษ์วิจารณ์ความเสแสร้งของแม่เจ้าบ่าวและการตามใจลูกชายจนเหยียบย่ำคู่หมั้น หลังปิดประตูไป ฝ่ายชายมองว่าหญิงสาวเป็นคนขี้หึง แต่มั่นใจว่าเธอจะยอมเพราะรักเขา แม่เจ้าบ่าวเตือนให้หญิงสาวคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ ท่ามกลางความตึงเครียด ข้อเสนอนี้จึงถูกเลื่อนออกไปโดยที่ทั้งสองฝ่ายยังยืนหยัดในจุดยืนของตน
หว่านหว่านประกาศกับครอบครัวว่าจะถอนหมั้นกับว่านหง ทั้งพ่อแม่และพี่ชายต่างพยายามห้ามปรางเพราะกลัวเสียเกียรติและทำลายชื่อเสียง แต่เธอยืนยันหนักแน่นและเผยว่าว่านหงมีพฤติกรรมหน้าซื่อใจคด แถมยังแอบติดต่อกับองค์ชายต่างเมือง ซึ่งเป็นข้อห้ามของขุนนาง หว่านหว่านรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้เองโดยไม่ทำให้ตระกูลตนเสียหน้า แต่ความมุ่งมั่นลับของเธอกำลังจะนำไปสู่การเผชิญหน้าที่อาจสั่นคลอนทุกอย่าง
คุณชายกู้พบว่ารูปหลิวถึงกับยืมหยกห้อยเอวของเขาไปใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการส่งข่าวว่าเขากำลังอยู่ที่หอหลิวหลี เขาจึงมุ่งหน้าไปที่นั่น และพบกับคุณชายว่านซึ่งกำลังคุยอวดเกี่ยวกับการแต่งงานที่จะมาถึงกับผู้หญิงที่รักเขายิ่งชีพ คุณชายกู้ตอบกลับอย่างเยือกเย็นว่าเขาจะไปร่วมงานเลี้ยงแน่นอน ก่อนจะเผยให้เห็นว่าเขามีนัดกับคนที่คุณชายว่านเพิ่งดูถูกว่าเป็นคนชั่วเพราะคบกับเขาอยู่
ในงานเลี้ยง คุณชายกู้ถูกผู้หญิงคนหนึ่งถามหากลั้นการดื่มสุรามงคลและทวงถามความสัมพันธ์ ท่ามกลางแขกอื่น ๆ การสนทนาหันไปที่การหมั้นหมายระหว่างคุณชายว่านกับคุณหนูเจี่ยน แขกหลายคนเริ่มพูดจาดูหมิ่นคุณหนูเจี่ยนว่าไร้การศึกษาและมีหน้าตาไม่ดี ทำให้ภาพลักษณ์ของคุณชายว่านตกต่ำลง เมื่อถูกกระตุ้น คุณชายว่านลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรีของตนโดยกล่าวว่าบุรุษควรรักษาสัจจะและไม่ได้แสดงความน้อยใจใด ๆ อย่างไรก็ตาม ในมุมหนึ่ง ผู้หญิงอีกคนที่ซ่อนตัวอยู่ได้ฟังทุกคำพูดและรู้สึกโกรธแค้น เธอขอให้คุณชายกู้ช่วยโดยวางแผนให้เขาแสร้งทำเป็นหลงรักคุณหนูเจี่ยนและประกาศให้ทั่วเมือง เพื่อบีบให้ตระกูลว่านซึ่งหยิ่งทะนงต้องยอมถอนหมั้นด้วยตนเอง แผนการอันแยบยลนี้ทำให้คุณชายกู้รู้สึกทึ่งและนับถือ
คุณชายกู้ (ซื่อจื่อกู้) ถูกคุณหนูเจี่ยนเชื้อเชิญให้ช่วยงานเกี่ยวกับการถอนหมั้น โดยเธอยอมเสียชื่อเสียเสียงเพื่อเรื่องนี้ เขาตอบตกลงที่จะช่วย แต่เตือนเธอว่าอย่าเสียใจภายหลัง จากนั้นเธอก็เผยของขวัญขอบคุณชิ้นแรก นั่นคือข้อมูลว่า ‘หอหลิวหลี’ ที่เป็นศูนย์รวมบัณฑิตนั้น แท้จริงแล้วเป็นกิจการลับของตระกูลว่าน ซึ่งสวามิภักดิ์ต่ออ๋องซู่โจว และกำลังเตรียมการช่วงที่องค์รัชทายาทประชวรหนัก เพื่อให้กบฏห้าอ๋องปะทุ ในขณะที่คุณชายกู้ซึ่งเป็นพระนัดดาของฮ่องเต้ อยู่ฝ่ายตรงข้ามโดยกำเนิด หลังได้ข้อมูลนี้ เขาก็เข้าสู่การแข่งขันประพันธ์กวีในหอหลิวหลี โดยแสดงฝีมือได้ยอดเยี่ยม ก่อนจะลาจาก พร้อมกับได้รับของขวัญขอบคุณชิ้นที่สองจากคุณหนูเจี่ยน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือและการเผชิญหน้าอันตรายระหว่างสองฝ่าย
คุณชายกู้แอบฟังคุณชายว่านหงอ่านบทกวีที่ขโมยมาจากคุณหนูเจี่ยน เขาจึงตามไปเผชิญหน้าเพื่อจะถามหาความจริง บ่าวสาวของคุณหนูเจี่ยนกังวลที่คุณหนูเข้าไปพัวพันกับคุณชายกู้ แต่คุณหนูกลับทุ่มเทจะปกป้องเขา เพราะเชื่อว่าเขาเคยช่วยชีวิตตนในชาติก่อน ฝ่ายว่านหงในอดีตเคยกักขังคุณชายกู้เพื่อบังคับให้เขาเขียนบทกวีให้ และภายหลังตระกูลเจี่ยนถูกกล่าวหาว่ากบฏ บัดนี้ คุณชายกู้สั่งให้คนรวบรวมบทกวีทั้งหมดของว่านหงมาศึกษา พร้อมทั้งส่งตะกร้าผลไม้จากในวังไปยังจวนอู่โหวอย่างเอิกเกริก ท้ายสุด เขาเข้าเฝ้าและขอพระราชทานสมรสกับบุตรีอู่โหวอย่างเป็นทางการ
ชายหนุ่มผู้เป็นหลานของฝ่าบาทพยายามขอดัมบ่าวหญิงจากตระกูลเจี่ยนให้ถอนหมั้นกับคู่หมั้นเดิม โดยอ้างว่าชายคู่หมั้นนั้นมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งยังมอบของขวัญเป็นหลักฐานให้แก่หญิงผู้นั้น ฝ่าบาทซึ่งเป็นผู้ปกครองตำหนิเขาว่าเคยสร้างภาพ ‘คุณชายเสเพล’ เพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงาน จนไม่มีสาวตระกูลไหนอยากสมรสด้วย และคราวนี้การกระทำของเขาอาจทำให้งานแต่งของสองตระกูลล่มและทำลายชื่อเสียงหญิงคนนั้น แต่ชายหนุ่มยืนยันเจตนาดีและยืนกรานขอความยินยอม หากทั้งสองตระกูลถอนหมั้นกัน ขณะเดียวกัน ข่าวลือเกี่ยวกับการที่ชายนามว่าซื่อจื่อกู้หมายตาหญิงจากจวนอู่โหวและได้วังขอพระราชทานสมรสให้ก็แพร่สะพัดไปทั่ว ปล่อยให้การตัดสินใจของฝ่าบาทและผลลัพธ์ของแผนการนี้ยังคลุมเครือ