หลีดู่เพิ่งอัญเชิญสัตว์อสูรควบคุมเลเวล 3 ได้สำเร็จ แต่ถูกหลินหว่านเอ๋อร์กล่าวหาว่าขโมยสัตว์อสูรเลเวล S ของเธอในการพิธีอัญเชิญ ทำให้เกิดข้อพิพาทและความกดดันจากครูผู้ตัดสินซึ่งให้เลือกว่าจะสละสัตว์อสูรเลเวล S เพื่อแลกกับสัตว์อสูรเลเวล 3 แบบสุ่ม หรือยืนหยัดปกป้องสัตว์อสูรที่ได้มาโดยเสี่ยงถูกกดดันและไล่ออก หลีดู่เลือกสละสัตว์อสูรเพื่อตัดสินใจยุติเรื่อง แต่การตัดสินใจนี้กลับสร้างความขัดแย้งและทำให้เรื่องราวยังไม่จบลงทันที
หลีมถูกกล่าวหาว่าสละสัตว์อสูรควบคุมระดับ S ที่สำคัญอย่างเอี้ยนจินหลงและอัญเชิญสือไหลมู เลเวล SSS ซึ่งสร้างความเสียหายหนักต่สถาบันเจียงเฉิง หัวหน้าสถาบันจึงสั่งให้หลีมอธิบายและขอโทษหว่านเอ๋อร์ชายผู้เป็นเจ้าของสัตว์อสูรตัวนั้น แต่หลีมหัวรั้นปฏิเสธและดูถูกความสำคัญของสัตว์อสูรที่ตนอัญเชิญ ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและจบลงด้วยประกาศขับไล่หลีมออกจากสถาบันพร้อมการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของเขาเป็นครู
หลี่ ถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังขโมยสัตว์อสูรของครูเกาในพิธีอัญเชิญ ทำให้ถูกตั้งคำถามถึงความกล้าท้าทายอำนาจสถาบัน เขาใช้พลังของสัตว์อสูร สือไหลมู่ เลเวล SSS เพื่อสู้กับเซียหลาง เลเวล A ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยว่าสัตว์อสูรของหลี่สามารถแปลงร่างเป็นมังกรยักษ์ที่ทรงพลังเกินคาด ส่งผลให้ศัตรูไม่กล้าเผชิญหน้าและเกิดความหวั่นเกรง จุดจบตอนนี้คือหลี่ประกาศว่าพวกเขาต้องยอมรับสถานะใหม่ของสัตว์อสูรของเขา เพิ่มแรงกดดันต่อฝ่ายตรงข้ามทันที
กลุ่มผู้เล่นในโลกเสมือนจริงพบว่าการแปลงร่างด้วยสกิลของเสือใหญ่ฟูเลเวล SSS ล้มเหลวเพราะขาดหินวิญญาณซึ่งเป็นสื่อกลางสำคัญ หินนี้ต้องหาโดยการสังหารมอนสเตอร์หรือซื้อจากตลาด แต่หินระดับสูงที่จำเป็นสำหรับการแปลงร่างสัตว์อสูรแข็งแกร่งนั้นหาได้ยากและราคาแพง เจ้าของสกิลจึงต้องเผชิญกับข้อจำกัดใหม่และความท้าทายในการหาทรัพยากร ขณะเดียวกันเขาถูกปฏิเสธจากสถาบันเจียงเฉิงซึ่งไม่ต้องการคนไร้ค่าเช่นเขา ตอนจบลงด้วยคำสั่งไล่ออกจากสถาบัน สถานการณ์ขึ้นสู่ความไม่แน่นอนใหม่
หลี นักศึกษาเก่าของสถาบันเจียงเฉิงเผชิญหน้ากับการถูกเรียกเก็บหนี้ 100 ล้านบาทจากการเลิกอัญเชิญสัตว์อสูรควบคุมเลเวล S มูลค่าสูง รวมถึงค่าเสียหายต่อสัตว์อสูรควบคุมเลเวล 3 อีก 50 ล้านบาท และถูกข่มขู่ด้วยการบอกลุงหัวหน้าหน่วยเฉิงฟางหากไม่จ่าย หนี้ก้อนโตทำให้หลีเสี่ยงถูกแบนจากสถาบันเป็นเวลาไม่มีกำหนด แม้ได้รับเวลาสามวันในการหาเงิน หลีวางแผนใช้หินวิญญาณระดับสูงที่สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรควบคุมเลเวล SSS เพื่อพลิกสถานการณ์และพิสูจน์ตัวเอง ทว่าอนาคตยังไม่ชัดเจนและความกดดันทวีความรุนแรงขึ้น
หลี ผู้ควบคุมสัตว์อสูรเลเวล SSS ต้องการหาหินวิญญาณเลเวล S เพื่อเพิ่มพลังสัตว์อสูร ท่ามกลางความไม่ไว้วางใจของลู่เสวีย หัวหน้าหน่วยเสียวเฟิงที่เชิญหลีเข้าร่วมทีมล่าหินวิญญาณ แต่ยืนยันข้อแลกเปลี่ยนที่เข้มงวดเมื่อต้องการหินวิญญาณระดับสูงเพียงก้อนเดียว ความขัดแย้งเพิ่มขึ้นเมื่อลู่เสวียตั้งคำถามถึงประสบการณ์และความคุ้มค่าของการให้หินวิญญาณนี้ ทว่า หลีมั่นใจว่าจะสามารถหาหินได้ง่ายนอกเมืองและท้าทายทุกคนให้รอผลการพิสูจน์
หนึ่งปีหลังพ่อแม่ของเขาหายตัวไประหว่างสำรวจดันเจี้ยนลับ เขาต้องเผชิญความเสี่ยงถูกยึดบ้านและถูกขับออกจากเมืองโดยกลุ่มอำนาจที่เป็นคู่แข่ง สถานการณ์บีบให้เขารีบหาหินวิญญาณเลเวลสูงเพื่อรักษาที่อยู่และความปลอดภัย โดยใช้สกิลแปลงร่างของสือไหลระดับ SSS เพื่อปลอมตัวกลมกลืนและเตรียมรับมือกับอุปสรรคที่ซับซ้อน แต่การหาหินวิญญาณนั้นยากมาก จุดหักเหเกิดขึ้นเมื่อเขาพิสูจน์ว่าแปลงร่างได้เนียนจนไม่มีใครจับได้ ทำให้การวางแผนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดเริ่มชัดเจนขึ้น และตอนจบเปิดช่องให้เห็นว่าภารกิจหาหินเลเวลสูงกำลังจะเริ่มต้น
ผู้เล่นระดับเริ่มต้นได้ยินข่าวสัตว์อสูรระดับ S ปรากฏนอกเมือง ซึ่งเป็นโอกาสได้หินวิญญาณระดับ 3 แต่ทราบดีว่าพลังตัวเองไม่เพียงพอที่จะเผชิญหน้า จึงตั้งใจลอบจัดการก๊อบลินเลเวลต่ำเพื่อเพิ่มเลเวลก่อน ขณะที่สำรวจลึกขึ้นพบความไม่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับอาหารของก๊อบลิน กลายเป็นจุดที่ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกอย่างยังไม่คลี่คลาย
สือไหลมู่เผชิญหน้ากับหัวหน้าก็อบลินที่มีกลุ่มก็อบลินเสริมกำลังอยู่ด้านหลัง ทำให้เขาต้องเลือกระหว่างหนีรอดหรือสู้สุดชีวิตเพื่อชิงรางวัลที่สูงกว่า แม้พลังของหัวหน้าก็อบลินยังเหนือกว่าแต่สือไหลมู่สามารถใช้สกิลต้านกายภาพเป็นประโยชน์และตัดสินใจลุยสู้จนสามารถชนะได้ เขาปลุกพรสวรรค์ระดับ SSS และรับสืบทอดสกิลติดตัวจากหัวหน้าก็อบลิน อย่างไรก็ตามเขาสงสัยว่าหัวหน้าก็อบลินได้รับบาดเจ็บและถูกตามล่า ทำให้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายและสร้างคำถามถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของศัตรู
ฉัน ปลุก พลัง ขึ้นมา และ ได้ สัตว์อสูร ควบคุม ระดับ SSS ที่ ทั้ง โรงเรียน ยอมรับว่า อ่อนแอที่สุด ใน ประวัติศาสตร์ มันคือ สือไหลมู่ ตัว นิ่มนุ่ม เด้งดึ๋ง ดู ไร้พิษภัย เมื่อ สือไหลมู่จอมใสซื่อ นี้ ถูก มนุษยชาติ ทั้งโลก เยาะเย้ยว่า กระจอกสุดขีด แม้แต่ ผู้ควบคุม อสูร ระดับเดียวกัน ก็ ดูแคลน ฉัน ความอับอาย กดทับ จิตใจ จน ระบบ ที่ เงียบงัน ใน หัว ส่องแสง ขึ้น พร้อมคำเตือน ระดับ ล้างโลก เปล่ง ประกาศ การ พลิก ชะตา จึง เริ่มต้น ขึ้น