กู้เย่ไป๋เซ็นใบหย่าและตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับรั่วซือหยาหลังเหตุการณ์เมื่อคืน ขณะเดียวกันเขาได้รับเด็กทารกพร้อมใบรับรองบุตรส่งถึงตัวเองโดยมีเจ้าหน้าที่รายงานว่าแม่ของเด็กเสียชีวิตไปแล้ว ภาพถ่ายหลักฐานถูกเสนอให้เขาแต่กู้เย่ไป๋ปฏิเสธไม่ต้องดู ตอนจบตอนนี้เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเด็กที่ส่งมาซึ่งจะส่งผลต่อเส้นทางชีวิตของกู้เย่ไป๋อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กู้เย่ไป๋เผชิญความเปลี่ยนแปลงหลังส่งลูกให้คนอื่นดูแล เขาสงสัยรัวซือหยามีโรคร้ายจนยอมปล่อยลูกไป ทั้งสองเผชิญหน้ากันด้วยคำพูดรุนแรงและความไม่ไว้ใจกัน รัวซือหยาประกาศจะไม่รอแต่งงานอีกต่อไป ขณะที่กู้เย่ไป๋ปฏิเสธความสัมพันธ์และย้ำว่าตัวเขาขยะแขยงเธอ เขาให้ของขวัญชิ้นสุดท้ายและประกาศไม่ให้ใครยุ่งกับเขาหรือกับลูกของเขาอีก สถานการณ์ตึงเครียดทิ้งความสงสัยว่าความสัมพันธ์และอนาคตครอบครัวนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
เด็กชายรั่วซิงหานและน้องสาวรั่วซิงถงถูกแม่เตือนให้ระวังคนรอบข้างโดยเฉพาะพวกแต่งกายเป็นทางการที่อาจเป็นอันตราย ครอบครัวต้องกลับมาดูแลยายที่ป่วยพร้อมความกังวลเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีโจรเยอะ รั่วซิงถงแสดงความไม่พอใจต่อผู้ชายคนหนึ่งที่ดูจะไม่จดจำเธออย่างชัดเจน ขณะที่แม่พยายามจัดการให้เด็กใส่แว่นกันแดดเพื่อป้องกันตัวเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังและความตึงเครียด จบตอนด้วยความไม่แน่นอนว่าความปลอดภัยของครอบครัวจะเป็นอย่างไร
ในตอนนี้ ภรรยาของประธานเผชิญแรงกดดันหลังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเลวและถูกลูก ๆ ตำหนิอย่างรุนแรง สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดเมื่อพี่น้องสังเกตเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนรั่วซือหยาผู้ล่วงลับไปแล้วห้าปี แต่ไม่มีใครเคยเห็นศพของเธอ ความสงสัยและความลับถูกตั้งคำถามจนเกิดการตัดสินใจที่จะไปที่หลุมศพของรั่วซือหยาซึ่งเป็นจุดหักเหที่บีบให้เรื่องราวต้องคลี่คลายในทิศทางที่ไม่แน่นอน
ในตอนนี้ กู้เย้ไป๋พบว่าหลุมศพของพี่สะใภ้มีเลข 174 ซึ่งสะท้อนคำว่าจงตาย และแสดงให้เห็นว่าพี่สะใภ้รั่วซือหยายังไม่ตายเหมือนที่คิด ตรงกันข้ามยังมีความสัมพันธ์ซับซ้อนเพิ่มเติมว่าพี่สะใภ้นอกใจ อีกฝ่ายเกิดความขัดแย้งเมื่อแม่ของรั่วซือหยาถูกนำไปยังศูนย์การแพทย์กวางหลายซึ่งเป็นโรงพยาบาลของตระกูลกู้ ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดเรื่องการย้ายรักษาพยาบาล ขณะที่เหตุการณ์คลี่คลายกลับมาสู่ความไม่แน่นอนเมื่อรั่วซือหยายังจำอะไรไม่ได้และข้อมูลยืนยันตัวตนของเธอถูกเปิดเผย ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สร้างคำถามและความตึงเครียดที่ยังไม่จบในตอนนี้
กลุ่มคนพบว่าผู้ที่สแกนนิ้วเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยเป็นรั่วซือหยาน แม้หน้าตาจะดูผิดปกติ จึงตัดสินใจจับตัวเธอไว้ ระหว่างนั้นรั่วซือหยาไม่ตอบสนองและปฏิเสธความร่วมมือ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามตัดสินใจลงมือบังคับให้เธอล้างหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ก่อนที่จะยืนยันว่าเธอคือรั่วซือหยาในที่สุด ตอนจบเผยถึงความสงสัยและความไม่แน่ใจในตัวตนของรั่วซือหยาที่เพิ่งจับได้ สร้างสถานการณ์ที่ตึงเครียดและคลุมเครือเกี่ยวกับความจริงที่กำลังถูกเปิดเผย
กู้เย่ไป๋เผชิญหน้ากับรั่วซือหยาเรื่องบัญชีเก่าและสงสัยว่าเธอแอบมีความสัมพันธ์ลับกับผู้ชายคนอื่นที่สนามบิน เขาขู่ว่าจะเอาคืนเป็นสองเท่าและให้เธอโทรหาผู้ชายคนนั้นมาช่วยในหนึ่งวัน ท่ามกลางแรงกดดันและคำขู่ กู้เย่ไป๋ท้าทายรั่วซือหยาเพื่อลุ้นว่าพวกเธอจะหนีออกไปได้หรือไม่ ความลับและผลลัพธ์จะถูกเปิดเผยต่อไปในตอนหน้า
กู้เย่ไป๋เผชิญหน้ากับอดีตภรรยาที่มาขอคืนดี แต่เขาปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางความตึงเครียดจากเหตุการณ์ที่เธอหายตัวหลังคลอดลูก ทำให้ความสัมพันธ์พังทลาย ในขณะเดียวกัน กู้เย่ไป๋ยังต้องรับมือกับข้อกล่าวหาและคำข่มขู่จากใครบางคนที่ไม่ต้องการให้เขายืนนิ่งเฉย ตอนจบเปิดทางให้อำนาจและความลับในครอบครัวเป็นประเด็นหลักที่ยังไม่ได้คลี่คลาย
กู้เหมี่ยวและหานเป่าพยายามช่วยแม่ที่ถูกล็อกประตูไว้โดยใช้ลายนิ้วมือฝาแฝดของกู้เหมี่ยวในการเปิดประตู แต่ล็อกกลับแน่นขึ้น เมื่อประธานกู้กลับบ้านพร้อมกับคุณย่าและอาก็เกิดความตึงเครียดขึ้นจากความกังวลและความหวังดีของพ่อที่อยากดูแลลูกให้ดีกว่าเดิม ขณะเดียวกันมีเสียงสัญญาณเตือนว่ามีคนบุกเข้าห้องประธานกู้ ยิ่งเพิ่มความเร่งด่วนและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเหตุการณ์ในตอนนี้
ในตอนนี้ หญิงสาวถูกจับตาเมื่อมีคนพยายามเข้ามาในบ้านประธานกู้เย่ไป๋ผ่านการปลดล็อกประตูโดยไม่ได้รับอนุญาต ประธานกู้เหม่วยืนหยัดไม่ให้ปล่อยตัวหานเป่าที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แม้จะมีความกดดันจากคนรอบข้าง ความขัดแย้งเพิ่มขึ้นเมื่อมีการสงสัยว่าการแอบเข้ามาครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับการโกงและข้อมูลลับ ความตึงเครียดสูงขึ้นเมื่อไม่มีใครรู้ว่าผู้กระทำจริงเป็นใคร เรื่องจบลงที่การตัดสินใจยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทำให้สถานการณ์ทั้งหมดยังคงไม่คลี่คลาย