ในตอนนี้ จิตอสูรอันเกรียงไกรผู้เคยเป็นบริวารผู้กลืนแผ่นดินได้เผชิญหน้ากับองค์ชายเก้าผู้มีกระดูกจักรพรรดิ ผู้ซึ่งแสดงพลังด้วยการเปิดวงล้อวิถีมังกรแท้ ฝ่ายจิตอสูรมั่นใจในอำนาจตนและข่มขู่จะฉีกร่างองค์ชายเก้า แต่กลับพบว่าตนถูกพลังขององค์ชายเก้าสะกดและขังไว้ได้ หลังการต่อสู้องค์ชายเก้าประกาศชัยชนะและมีผู้สรรเสริญว่าเขาควรได้บัลลังก์จักรพรรดิแห่งแคว้นฉู่ อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดกลับมีผู้กล่าวหาองค์ชายเก้าว่าลักลอบคบคิดกับศัตรูและคิดก่อกบฏ พร้อมกับเรียกร้องให้ลงโทษเขาด้วยการควักกระดูกตามกฎหมาย
ฉู่อวี่องค์ชายถูกพี่สามกล่าวหาว่าเขียนเอกสารกบฏ 'สังหารบิดาชิงบัลลังก์' ต่อหน้าจักรพรรดิพ่อ เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาแต่ไม่มีผู้เชื่อถือ จักรพรรดิทรงลงโทษอย่างหนัก: พระสนมหลิงมารดาถูกส่งเข้าตำหนักเย็น ส่วนฉู่อวี่ถูกถอดฐานะองค์ชายและสั่งให้ควักกระดูกจักรพรรดิออกมาเป็นค่าไถ่ความผิด ขณะกำลังถูกควักกระดูก พี่สามซึ่งอยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดได้เข้ามาดูดซับกระดูกจักรพรรดิของน้องชายไปแทนที่ จากนั้นพี่สามก็ได้รับการเสนอชื่อและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาทคนใหม่โดยจักรพรรดิ ท่ามกลางความมืดมน ฉู่อวี่ที่เสียกระดูกและตกอับได้ยินเสียงคำขู่จากใครบางคนว่าได้รอเขามานานแล้ว
ผู้ชายคนหนึ่งได้พบกับอาวุธวิเศษที่มีชื่อว่า หอคอยเวียนวัฏ ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของเทพมารยุคบรรพกาล อาวุธนั้นยอมรับเขาเป็นนาย ทำให้เขาต้องเผชิญกับการสูญเสียกระดูกจักรพรรดิและวงล้อวิถีแห่งพลังของตน เขากลายเป็นคนไร้พลัง แต่กลับถูกเปิดเผยว่า การสูญเสียกระดูกจักรพรรดินั้นทำให้กายาปฐมกาลที่เขาครอบครองตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ เขาตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางมาร เริ่มหลอมรวมวงล้อวิถีใหม่ เริ่มจากวงล้อวิถีปฐมกาลและวัฏสงสาร แม้จะได้พลังคืนบางส่วน แต่ระดับการบำเพ็ญของเขายังคงต่ำกว่าคู่ศัตรู เขาจึงถามหาวิธีเพิ่มพลังที่รุนแรงกว่าเดิมและได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับวงล้อวิถีที่สาม คือ วงล้อวิถีกลืนกิน ซึ่งสามารถกลืนกินพลังของสรรพสิ่งเพื่อเพิ่มระดับได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ความแค้นต่อฉู่หลิงเฟิงและตระกูลหัวก็ยังคงคุกรุ่น รอวันแก้แค้น
ชายหนุ่มผู้สูญเสียกระดูกจักรพรรดิและวงล้อวิถีถูกคนขององค์ชายสามบังคับให้คุกเข่า แต่เขาปฏิเสธและเผยให้เห็นว่าเขายังคงมีพลังพิเศษที่ดูดกลืนพลังของนักสู้ทั้งสามได้ จนทำให้เขาเพิ่มระดับพลังขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาสั่งให้จัดการศพของศัตรู แล้วเผชิญหน้ากับผู้ติดตามคนสนิทที่รู้ความลับของเขา หลังเห็นความเด็ดขาดของนาย ความหวาดกลัวก่อตัวขึ้นในใจของผู้ติดตาม ซึ่งอาจตกเป็นเหยื่อถัดไป
ชายคนหนึ่งเสียสละพลังบำเพ็ญทั้งหมดเพื่อช่วยองค์ชายล้างแค้น ก่อนส่งผู้ติดตามกลับไปปกป้องแม่ที่ถูกคุมขัง ส่วนตัวเองเลือกหนีภัยไปยังสำนักหอเวิ่นซางท่ามกลางอันตรายในเทือกเขาชางอวิ๋น ขณะเดียวกันศัตรูก็ประกาศว่าจะกลับมาเพื่อสั่นคลอนแคว้นฉู่ จบตอนด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือในป่าอันตราย
อสูรร้ายขั้นจารึกเทพระดับห้าบุกเข้ามา ทำให้ชายคนหนึ่งต้องร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพราะต้านทานไม่ไหว ฝ่ายเดียวเห็นว่าอสูรร้ายนั้นมีพลังขั้นสูงกว่า ในขณะที่ผู้ช่วยชายผู้ซึ่งอยู่ขั้นหลอมกายเพียงระดับแปด ยอมรับว่าการปะทะโดยตรงคือการหาความตาย ทว่าผู้ช่วยกลับใช้กลยุทธ์ โดยให้ชายอีกคนวิ่งส่งเสียงดังเพื่อล่ออสูรให้โจมตีและทดสอบความเร็ว จากนั้นผู้ช่วยซึ่งไม่มีวงล้อวิถี กลับปล่อยพลังกลืนกินอสูรร้ายได้สำเร็จในขณะที่มันถูกตรึงไว้ แม้จะตะโกนขอโทษ แต่สุดท้ายกลับเผยว่าเขามีวงล้อวิถีซ่อนเร้นถึงสามวง ทำให้ชะตากรรมของการเผชิญหน้านี้ยังคลุมเครือ
ชายคนหนึ่งถูกเสือร้ายทำร้ายในเทือกเขาชางอวิ๋น แต่เขาได้รับการช่วยเหลือจากชายอีกคนหนึ่งที่เผอิญมาพบ หลังจากร่วมกันจัดการสัตว์ร้ายและแบ่งสมบัติ คนที่ถูกช่วยกลับถูกจับได้ว่าเขาซ่อนแผนที่ของเทือกเขาอยู่ในอก ชายผู้มีความสามารถมากกว่าจึงบังคับให้เขาสารภาพ ขณะเดียวกัน หุบเขาเยี่ยนในบริเวณใกล้เคียงก็มีแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งขึ้น จนเป็นที่สนใจและดึงดูดผู้คนมากมายให้มุ่งหน้าไปที่นั่น
ในหุบเขาชื่อเยี่ยน คณะคนของตระกูลหลินตามหาสมบัติล้ำค่าซึ่งน่าจะซ่อนอยู่ในถ้ำ พวกเขาต้องเผชิญกับฝูงอสูรร้ายที่ถูกไล่ต้อนจนหนีตาย โดยมีราชสีห์อัคคีครามขั้นจารึกเทพระดับเก้าเป็นตัวไล่ล่า ผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวและเผยว่าคนตระกูลหลินเหล่านี้เป็นเหยื่อสังเวยที่เขาเตรียมไว้ เขาซึ่งมีพลังเหนือกว่าจึงบังคับให้ชายหนุ่มจากตระกูลหลินเปิดเผยวงล้อวิถีทั้งสามวงของตน และสถานการณ์คุกคามถึงจุดสูงสุด
ผู้นำตระกูลหลินอย่างหลินหว่านเอ๋อร์ ซึ่งเป็นยอดฝีมือระดับตราสวรรค์ขั้นสาม ถูกท้าทายและคุกคามโดยกลุ่มศัตรูที่ประกาศจะจัดการเขาให้สิ้นซาก เขากำลังเผชิญหน้ากับราชสีห์อัคคีครามซึ่งมีพลังขั้นจารึกเทพระดับเก้าอย่างดุดัน ปรากฏว่าเขาสู้กับราชสีห์ตัวนี้ด้วยมือเปล่า แสดงถึงความกล้าหาญและพลังอันร้ายกาจ จนทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องสงสัยว่าเขาบ้าไปแล้วหรือไม่ หลังจากการต่อสู้อย่างหนักหน่วงด้วยหมัดสุดท้าย เขาก็สามารถทะลวงระดับขึ้นไปได้สำเร็จ กลายเป็นผู้มีพลังขั้นตราสวรรค์ระดับหนึ่ง
หลังจากที่นายท่านผู้ลึกลับเลื่อนขั้นสู่ขั้นตราสวรรค์และกลืนกินพลังไว้มากมาย เขาเข้าไปสำรวจถ้ำและพบแก่นเพลิงทิพย์ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่า แม้จะไร้ประโยชน์ต่อตัวเขาเองแต่ก็มีค่ามหาศาลสำหรับผู้บำเพ็ญเซียนทั่วไป เขายังค้นพบสมบัติทิพย์อมตะและอาวุธระดับตำนานอย่างกระบี่เผาสวรรค์ ซึ่งช่วยให้เขาได้วงล้อวิถีวงที่สี่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การกลืนกินพลังจากกระบี่นี้ต้องใช้เวลา ทำให้เขาไม่สามารถใช้พลังจากวงล้อวิถีใดได้และต้องรีบออกจากพื้นที่โดยเร็ว ขณะเดียวกัน องค์ชายเก้าจากแคว้นฉู่กำลังถูกล่าโดยฝีมือขององค์ชายสามซึ่งมีคำสั่งให้สังหารโดยไม่ละเว้น กลุ่มนักล่าประกอบด้วยผู้มีพลังขั้นจารึกเทพระดับเก้าขึ้นไป โดยเฉพาะหลินหว่านเอ๋อร์ผู้มีพลังสูง นายท่านตัดสินใจเผชิญหน้าและยื่นคำขาดให้มอบสมบัติทิพย์อมตะมา มิฉะนั้นจะจัดการอย่างเด็ดขาด ความขัดแย้งที่ร้อนระอุกำลังปะทุขึ้นในขณะที่เขายังอยู่ในสถานะเปราะบางและพลังถูกจำกัด