ซูหนิงปฏิเสธไม่ยอมรับพ่อแม่ที่กลับมาเรียกร้องตัว เธอยังมุ่งมั่นตัดขาดความสัมพันธ์ในความโกรธและความผิดหวังของอดีต ส่วนพ่อแม่ก็พยายามขอโทษและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พ่อขอร้องไม่ให้ตัดพ่อออกจากชีวิต แต่ซูหนิงยังปิดใจไม่ยอมฟัง ขณะที่บรรยากาศตึงเครียดยังคงหนักแน่น ท่านประธานเย่สั่งให้ทุกคนกลับบริษัทเพื่อเตรียมประชุมบ่ายนี้ เหตุการณ์จบลงด้วยความไม่ลงรอย และซูหนิงยังไม่ตอบรับความพยายามของพ่อแม่ สถานการณ์เปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์นี้ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่
ในตอนนี้ หยางหยางได้รับรถสามล้อราคา 60,000 บาทจากครอบครัวเพื่อใช้รับจ้างขนของหาเงินเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักหลังจ่ายเงินก้อนใหญ่ไปแล้ว น้องสาวประกาศข่าวดีว่าตนสอบติดมหาวิทยาลัยหนานเจียงด้วยอันดับหนึ่งของอำเภอ แม้แม่จะห่วงเรื่องค่าเทอม 6,000 บาท แต่พ่อแม่กลับไม่เห็นด้วยกับการเรียนของเธอและแนะนำให้รีบหาผู้ชายแต่งงานเพื่อเอาค่าสินสอดมาช่วยสร้างบ้านให้หยางหยาง ตอนจบเปิดเผยความหวังของน้องสาวที่ยังมุ่งมั่นจะเรียนต่อ ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยในบ้าน ซึ่งสร้างแรงกดดันและความขัดแย้งในครอบครัวอย่างชัดเจน
หญิงสาวขอร้องพ่อให้ช่วยหาเงิน 6,000 บาทค่าสมัครเรียนที่กำลังจะหมดเวลาส่งภายใน 12 วัน แต่พ่อปฏิเสธอย่างเด็ดขาดเพราะบ้านฐานะยากจนและไม่สามารถช่วยได้ แม่พูดเตือนไม่ให้ยุ่งเรื่องนี้จนทำให้ความตึงเครียดในครอบครัวสูงขึ้น เธอสัญญาว่าจะทำงานหาเงินคืนเอง แม้พ่อไม่เชื่อและขู่ว่าจะให้เธอออกจากบ้าน สุดท้ายหญิงสาวยังไม่ยอมแพ้และตัดสินใจจะหาวิธีแก้ปัญหาเอง ก่อนที่ตอนจะจบด้วยการเรียกชื่อ "ลุงใหญ่" ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนใหม่
ซูหนิงหญิงสาวจากครอบครัวฐานะไม่ดีขอยืมเงิน 6,000 บาทเพื่อเรียนมหาวิทยาลัย แต่ถูกพ่อและญาติในหมู่บ้านปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าผู้หญิงเรียนสูงแล้วก็ต้องแต่งงานคอยหาเงินให้ครอบครัว ซูหนิงพยายามยืนยันจะเรียนจบและพิสูจน์ตัวเอง ในขณะที่บรรยากาศความกดดันจากคำพูดของผู้ใหญ่และความคาดหวังทางสังคมรอบตัวเพิ่มขึ้น ถึงเวลาที่เธอต้องตัดสินใจว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคนี้หรือยอมจำนนตามคำสั่ง
เด็กหญิงคนหนึ่งคว้าตำแหน่งที่หนึ่งของอำเภอ แต่พ่อไม่ยอมให้เธอเรียนต่อ ทำให้เธอและลุงใหญ่ตัดสินใจขายแพะสามตัวซึ่งเป็นสมบัติเดียว เพื่อหาเงินค่าเล่าเรียน แม้ราคาขายจะต่ำกว่าตลาดมาก ทั้งสองเจรจาต่อรองจนได้ราคา 6,500 บาท ครอบคลุมค่าเทอมและค่าอาหารระหว่างทาง ตอนจบแสดงให้เห็นการยอมแลกเพื่ออนาคตของเด็กคนนี้ แต่ยังไม่แน่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
เย่ซูหนิงสัญญากับลุงใหญ่ที่จะตั้งใจเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อพิสูจน์ตัวเองและทำให้คนที่เคยดูถูกเสียใจ ลุงใหญ่เตือนให้เธอดูแลตัวเองดี ๆ โดยไม่เกลียดพ่อแม่ที่ทำผิดพลาด แม้จะเต็มไปด้วยความกดดันจากครอบครัว เย่ซูหนิงก็ยังมุ่งมั่นจากไปเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ขณะที่ลุงใหญ่ต้องกลับบ้านด้วยความหวังและความกังวลซึ่งยังไม่ได้คลี่คลาย
เย่ซูหนิง เด็กสาวผู้สอบได้อันดับหนึ่งถูกพ่อแม่ปฏิเสธการสนับสนุนทางการศึกษา แม้จะเสียสละโดยลุงใหญ่ที่ขายแกะสามตัวเพื่อส่งเธอออกจากหมู่บ้านกลางหุบเขา เธอฝ่าฟันอุปสรรคจนกลายเป็นซีอีโอหญิงทรงอำนาจ ทว่าความเจ็บปวดจากครอบครัวยังคงตามหลอก เมื่อเผชิญหน้าความขัดแย้ง เย่ซูหนิงตัดขาดอดีต แต่คำพูดสุดท้ายของลุงใหญ่ช่วยปลดเปลื้องบาดแผลในใจ นำมาสู่กองทุนการศึกษาที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กผู้หญิงและปลอบประโลมหัวใจของเธอเอง
เย่ซูหนิง เด็กสาวผู้สอบได้อันดับหนึ่งถูกพ่อแม่ปฏิเสธการสนับสนุนทางการศึกษา แม้จะเสียสละโดยลุงใหญ่ที่ขายแกะสามตัวเพื่อส่งเธอออกจากหมู่บ้านกลางหุบเขา เธอฝ่าฟันอุปสรรคจนกลายเป็นซีอีโอหญิงทรงอำนาจ ทว่าความเจ็บปวดจากครอบครัวยังคงตามหลอก เมื่อเผชิญหน้าความขัดแย้ง เย่ซูหนิงตัดขาดอดีต แต่คำพูดสุดท้ายของลุงใหญ่ช่วยปลดเปลื้องบาดแผลในใจ นำมาสู่กองทุนการศึกษาที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กผู้หญิงและปลอบประโลมหัวใจของเธอเอง
เย่ซูหนิง เด็กสาวผู้สอบได้อันดับหนึ่งถูกพ่อแม่ปฏิเสธการสนับสนุนทางการศึกษา แม้จะเสียสละโดยลุงใหญ่ที่ขายแกะสามตัวเพื่อส่งเธอออกจากหมู่บ้านกลางหุบเขา เธอฝ่าฟันอุปสรรคจนกลายเป็นซีอีโอหญิงทรงอำนาจ ทว่าความเจ็บปวดจากครอบครัวยังคงตามหลอก เมื่อเผชิญหน้าความขัดแย้ง เย่ซูหนิงตัดขาดอดีต แต่คำพูดสุดท้ายของลุงใหญ่ช่วยปลดเปลื้องบาดแผลในใจ นำมาสู่กองทุนการศึกษาที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กผู้หญิงและปลอบประโลมหัวใจของเธอเอง
เย่ซูหนิง เด็กสาวผู้สอบได้อันดับหนึ่งถูกพ่อแม่ปฏิเสธการสนับสนุนทางการศึกษา แม้จะเสียสละโดยลุงใหญ่ที่ขายแกะสามตัวเพื่อส่งเธอออกจากหมู่บ้านกลางหุบเขา เธอฝ่าฟันอุปสรรคจนกลายเป็นซีอีโอหญิงทรงอำนาจ ทว่าความเจ็บปวดจากครอบครัวยังคงตามหลอก เมื่อเผชิญหน้าความขัดแย้ง เย่ซูหนิงตัดขาดอดีต แต่คำพูดสุดท้ายของลุงใหญ่ช่วยปลดเปลื้องบาดแผลในใจ นำมาสู่กองทุนการศึกษาที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กผู้หญิงและปลอบประโลมหัวใจของเธอเอง