เด็กหญิงขอทานพยายามขโมยของจากร้านยาเพื่อหาเลี้ยงแม่ที่ป่วยหนัก แต่ถูกเจ้าของร้านจับได้และเผชิญหน้าด้วยความสงสัย แม้จะสารภาพผิดและเล่าว่าแม่เป็นแม่ม่ายจากหมู่บ้านตะวันตก เจ้าของร้านยังอ่อนใจและให้ยาอาหารกับเด็กพร้อมคำแนะนำให้ไปพบหมอ ต่อมามีการเปิดเผยว่าเด็กมีปานขนหงส์ที่หน้าผาก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดราชวงศ์ ปมนี้ทำให้เกิดความสงสัยว่าเด็กอาจเป็นองค์หญิงที่หลุดออกมาจากวัง เจ้าหน้าที่จึงรีบเร่งไปกราบทูลฝ่าบาททันที
หลังสิบบปีที่วังหลังยังไร้รัชทายาท ชิงถังเผชิญแรงกดดันจากผู้มีอำนาจให้รับมือกับชะตากรรม ขณะที่เขากำลังป่วยและถูกเพิกเฉย เจ้าของอำนาจแจ้งว่าจะรับเขาเป็นอนุในสามวันและให้เลิกหวังเรื่องอวิ๋นชิงถัง ชิงถังรู้ความจริงนี้อย่างเจ็บปวดเพราะแผ่นดินต้าเหลียงกำลังสั่นคลอน ในขณะเดียวกัน ความพยายามจัดพิธีสร้างความมั่นคงให้ราชวงศ์ด้วยงานเลี้ยงใหญ่ถูกเสนอมาขณะที่ครอบครัวต้องประหยัดเพื่อเอาชีวิตรอด ตอนจบทิ้งคำถามถึงชะตากรรมของชิงถังและแผ่นดินต่อไป
หญิงสาวถูกกล่าวหาว่านำเด็กนอกคอกเข้าบ้านหลังจากที่ถูกซื้อตัวด้วยเงินสามร้อยตำลึง เธอเผยว่ากำลังตั้งท้องลูกของพี่เซียว ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างเธอกับผู้หญิงอีกคนที่แสดงท่าทีไม่พอใจ แม้เธอจะรู้ว่าการตั้งท้องนี้ไม่คาดคิดและเสี่ยงอันตราย เธอตัดสินใจทนอยู่เพื่อลูกและกล่าวถึงความช่วยเหลือจากคุณลุงใจดีที่ส่งเงินมาให้เพื่อซื้อยา ตอนจบชี้ให้เห็นถึงความอดทนและความมุ่งมั่นต่อการเผชิญหน้ากับอุปสรรคในอนาคตที่ยังไม่เปิดเผย
พระราชาบอกว่าทายาทที่มีคือเด็กหญิงนอกวังที่มีปานขนหงส์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ราชวงศ์ ขณะเดียวกันคนใกล้ชิดเตือนว่าการหลอกลวงฮ่องเต้ถึงขั้นประหารชีวิตหลายชั่วโคตร ก่อนที่พระราชาจะสั่งเตรียมม้าพาไปพบเด็กคนนั้น ส่วนเหยาเอ๋อร์พยายามเข้าใกล้แม่แต่ถูกปฏิเสธและเผยว่าแม่ไม่อยากเจอเธออีก ทำให้เหยาเอ๋อร์เจ็บปวดและพูดว่าจะไม่อยู่อีกหากแม่จากไป เรื่องจบลงด้วยความตึงเครียดที่ตำแหน่งและความสัมพันธ์ในราชสำนักกำลังจะเปลี่ยนไป
เหยาเอ๋อร์บาดเจ็บจากเหตุการณ์บางอย่างและมารดาต้องการให้เขาหลีกเลี่ยงปัญหา ขณะเดียวกัน เหยาเอ๋อร์ตัดสินใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานเลี้ยงที่จัดโดยฝ่าบาทซึ่งมีรางวัลเงินรางวัลหนึ่งหมื่นตำลึงเพื่อรักษาแม่ ขณะลงทะเบียนเขาถูกผู้หญิงคนหนึ่งขับม้าชนและทะเลาะกันเกี่ยวกับความเสียหายของม้า ซึ่งฝ่ายหญิงเรียกร้องค่าเสียหาย แต่เหยาเอ๋อร์ไม่มีเงินและปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้ ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อตัวละครฝั่งผู้หญิงยังตำหนิเย้าเอ๋อร์ในเชิงดูถูก ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไม่ได้และเปิดโอกาสให้เรื่องราวเกิดความขัดแย้งมากขึ้น
ผู้ชายคนหนึ่งกล่าวหาผู้หญิงคนหนึ่งว่าโกหกเกี่ยวกับเงินที่เธอใช้ช่วยชีวิตแม่ที่ป่วยหนัก ผู้หญิงพยายามอธิบายว่าแม่ของเธอจำเป็นต้องใช้เงินนี้จริง แต่ผู้ชายยังไม่เชื่อและข่มขู่จะลงโทษอย่างรุนแรง เมื่อผู้หญิงขอร้องและพยายามปกป้องเงินจากการถูกเอาไป ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจนผู้ชายขู่ว่าจะตัดมือเธอ สถานการณ์กำลังถึงจุดวิกฤตก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลายหรือเปลี่ยนแปลง
ในตอนนี้ องค์หญิงเหยาเอ๋อร์ พยายามยืนยันสิทธิ์ของตนเองที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงร้อยลูกพันหลาน ท่ามกลางการคัดค้านอย่างรุนแรงจากผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ดูถูกเหยียดหยามเธอและพวกพ้องว่าเป็นไพร่ชั้นต่ำ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงจนแทบถึงขั้นใช้ความรุนแรงระหว่างกัน โดยองค์หญิงสั่งให้คู่กรณีสองคนต้องได้รับบทลงโทษอย่างหนักเพื่อเป็นตัวอย่างและคุมสถานการณ์ไว้ แม้จะมีผู้พยายามห้ามและสอดแทรก แต่เหตุการณ์กลับยิ่งตึงเครียดและท้าทายอำนาจจนเรื่องยังไม่สิ้นสุด
เหยาเหยาเผชิญหน้ากับหญิงชั้นต่ำที่แกล้งป่วยเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่หญิงชั้นต่ำถูกลงโทษหนักโดยถูกมัดท้ายรถม้าเพื่อลากไป ท่ามกลางความอึดอัดและความเสี่ยงชีวิต เหยาเหยาเรียกร้องความรับผิดชอบและเตือนถึงผลของการล่วงเกิน ขณะเดียวกัน ข่าวความวุ่นวายที่ตลาดฝั่งตะวันออกซึ่งเกี่ยวข้องกับแม่ลูกคู่หนึ่งที่กำลังถูกตามหา ทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
องค์หญิงจับไพร่ชั้นต่ำสองคนที่เกี่ยวข้องกับแม่ของชายคนหนึ่งไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแก้แค้นและแสดงอำนาจ ชายคนนั้นยอมคลานและโขกหัวตัวเองหนึ่งร้อยครั้ง พร้อมขอร้องให้ประทานชีวิตแม่เขา แต่องค์หญิงยังไม่ปล่อยตัว และตัดสินใจจะทรมานทั้งสองอย่างโหดร้ายเพื่อระบายความแค้น ความขัดแย้งตึงเครียดขึ้นอย่างหนักเมื่อชายคนนั้นหมดหนทางทุกทาง แต่ทันใดนั้นมีเสียงสั่งให้หยุด ทำให้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
โจวฉี องครักษ์พกดาบถูกขัดขวางโดยองค์หญิงซึ่งสั่งให้เขาดูแลเด็กสาวคนหนึ่งที่สถานะยังไม่ชัดเจนอย่างลับๆ ขณะที่โจวฉีอยากลงโทษแม่ลูกยากจนผู้กระทำผิดด้วยความกตัญญู กลับถูกขุนนางสนับสนุนประชาชนเตือนให้เห็นคุณค่าของราษฎร ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจนโจวฉีถูกขู่จะถูกลงโทษเพราะเห็นใจไพร่ การปะทะนี้ทำให้สถานการณ์ในวังยิ่งซับซ้อนและเปิดทางสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่ยังไม่จบ