ชายคนหนึ่งถูกเผชิญหน้าว่าไม่ใช่ลูกแท้แต่เป็นเด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง ความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อเขาไม่พอใจที่พลังพิเศษระดับ S ของตนถูกถ่ายโอนไปให้น้องอีกคนซึ่งมีพลังระดับ F เพื่อประโยชน์ของตระกูลจี้ คนที่รับเลี้ยงเตือนว่าเขาต้องถูกเสียสละเพื่ออนาคตครอบครัว ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นและเปิดปมว่าการเสียสละนี้จะเกิดผลลัพธ์อย่างไรในอนาคตอันใกล้
จี้เฉิน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลจี้ ผู้ได้รับการยกย่องเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในเมือง ถูกฝ่ายตรงข้ามกล่าวอ้างว่าตอนนี้ทุกอย่างเป็นของเขาแล้วและสั่งให้จับตัวไปจัดการ ในขณะเดียวกันจี้เฉินได้ปลุกระบบพลังดวงตาแห่งสรรพรู้ ซึ่งช่วยฟื้นฟูร่างกายและเพิ่มสมรรถภาพ พร้อมเปิดเผยว่าดวงตานี้ช่วยให้เห็นข้อมูลเพิ่มเติมของสิ่งต่าง ๆ และรับรางวัลความสำเร็จ จุดจบของตอนนี้เผยความท้าทายใหม่เมื่อจี้เฉินเตือนให้อย่ามองสิ่งที่ไม่ควรดู ทิ้งไว้ด้วยความลึกลับชวนติดตาม
ชายคนหนึ่งที่เพิ่งปลุกระบบพลังตามแบบนิยายถูกโจมตีโดยศัตรูสองคน เขาต้องสู้แบบหนึ่งต่อสองในสถานการณ์รัดตัว แต่ระบบช่วยวิเคราะห์คู่ต่อสู้และคาดการณ์การโจมตี ทำให้เขาชนะและได้รับรางวัลเป็นไม้เบสบอลกาแล็กซีที่สามารถเก็บเข้ามิติระบบและใช้ได้ตามต้องการ ตอนนี้เขายังต้องเตรียมรับมือกับศึกครั้งต่อไปที่ท้าทายยิ่งขึ้น
ในวันนี้ที่โรงเรียนจัดพิธีผูกพันธะกับสัตว์เลี้ยงอสูร นักเรียนจี้เซียวซึ่งมีพลังพิเศษระดับ S ได้รับโอกาสผูกพันธะกับกริฟฟินเพลิงสัตว์เลี้ยงอสูรระดับ A การผูกพันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงอสูรของเขา แต่ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดทางไปสู่ความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะตามมา
จี้เซียว ซึ่งเดิมมีพลังพิเศษระดับ F กลายเป็นระดับ S อย่างปาฏิหาริย์หลังจากขโมยพลังจากจี้เฉิน นักเรียนในโรงเรียนตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้นี้ ขณะที่จี้เฉินกลับมาเผชิญหน้าด้วยสถานะที่ถูกลดทอนและถูกดูถูกว่าเป็นแค่ 'หมา' ที่ถูกใช้ประโยชน์ จี้เฉินซึ่งมักช่วยเหลือคนอื่นอย่างอดทนได้รับความไม่เป็นธรรมจากกลุ่มนักเรียนที่ขโมยพลังพิเศษพลังนี้ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น เมื่อจี้เฉินตัดสินใจตอบโต้ด้วยการใช้พลังสัตว์อสูร กริฟฟินเพลิงโจมตี ซึ่งนำไปสู่จังหวะจบที่เปิดโอกาสให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดตามมา
จี้เซียวเผชิญหน้ากับสัตว์เลี้ยงอสูรระดับ A ของผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ดูถูกเขาอย่างรุนแรง แม้จะสูญเสียพลังพิเศษระดับ S แต่จี้เซียวยังใช้พลังดวงตาแห่งสรรพรู้ระบุจุดอ่อนของกริฟฟินเพลิงเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงเมื่อคู่แข่งและผู้คนรอบข้างไม่ยอมรับความสามารถของจี้เซียว โดยมีประโยคชี้ชะตาว่า "คนอย่างนายไม่เหมาะที่จะเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรเลย" ทิ้งความสงสัยถึงเส้นทางต่อไปของเขาไว้ในตอนนี้
จี้เฉินสั่งสัตว์เลี้ยงอสูรของเขาโจมตีนักเรียนเพื่อนร่วมโรงเรียนอย่างไม่ยั้ง ทำให้เกิดความขัดแย้งเพราะละเมิดกฎโรงเรียนและกฎหมายเมืองชางหลาน แม้ถูกตั้งข้อสงสัยในความรุนแรงแต่จี้เฉินกลับท้าประลองกับจี้เซียว ซึ่งเพิ่งกลายเป็นคู่หมั้นของเซียวอิ่งเยว่ หลังจากที่จี้เฉินถูกเอาพลังพิเศษระดับ S ไป การประลองนี้จึงนำไปสู่การเปิดเผยความสัมพันธ์และแรงกดดันทางอำนาจโดยตรง การท้าประลองก่อตัวเป็นจุดหักเหสำคัญ โดยจี้เฉินประกาศหากชนะจี้เซียวจะต้องคุกเข่าขอโทษทุกคน แต่ถ้าแพ้จะยอมรับชะตากรรมอย่างเต็มที่ ปล่อยให้สถานการณ์ค้างคาและรอการเผชิญหน้าครั้งต่อไป
พี่เฉินถูกเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ใช้พลังสัตว์อสูรระดับ F ซึ่งถือว่ายากที่จะสู้กับสัตว์อสูรระดับ S ที่แข็งแกร่งกว่า ในตอนนี้มีการค้นพบว่าสัตว์เลี้ยงอสูรระดับ F ชื่อฟองน้ำน้อยสามารถวิวัฒนาการเป็นสัตว์เลี้ยงระดับ S ได้ จี้เฉินเลือกใช้ฟองน้ำน้อยแม้จะดูอ่อนแอและถูกดูแคลน แต่เมื่อฟองน้ำน้อยเริ่มวิวัฒนาการก็สร้างความประหลาดใจให้ทุกคน เหตุการณ์จบด้วยความไม่แน่นอนของพลังที่จะเปลี่ยนไปหลังวิวัฒนาการ
พี่จี้ค้นพบว่าสัตว์เลี้ยงอสูรระดับ F ของเขากำลังจะวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสหพันธรัฐ ทำให้เกิดคลื่นพลังวิวัฒนาการที่รุนแรง แต่เมื่อตรวจสอบร่างหลังวิวัฒนาการกลับดูเหมือนไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ความคาดหวังที่สูงถูกท้าทายจนจบลงด้วยความผิดหวังว่าการวิวัฒนาการนี้อาจไม่สำเร็จตามที่คิด แม้โอกาสที่จะสำเร็จนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่นี่คือจุดเปลี่ยนที่ท้าทายความเชื่อเดิมของทุกคน
จี้เฉินถูกดูถูกว่าพยายามขู่ด้วยเอฟเฟกต์หลอกๆ ในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับพลังเหนือชั้นของคู่ต่อสู้ ฟองน้ำน้อยซึ่งใช้เส้นทางวิวัฒนาการลับพยายามต้านทาน แต่ถูกสั่งให้ยอมแพ้เมื่อตัวแทนฝ่ายตรงข้ามส่งกริฟฟินเพลิงโจมตีทันที การต่อสู้เข้มข้นถึงจุดวิกฤตเมื่อต้องเรียกสัตว์อสูรคืน เพราะหากสัตว์อสูรถูกฆ่า ผู้ควบคุมจะได้รับผลสะท้อนรุนแรง ทำให้สถานการณ์เหมือนอยู่บนเส้นด้ายและยังไม่รู้ผลลัพธ์ต่อไป